โรครากเน่าโคนเน่า

โรครากเน่าโคนเน่า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไฟทอปธอร่า (Phytophthora) เป็นโรคที่กำจัดได้ยาก รุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับพืชหลากหลายชนิด โดยเชื้อแบคทีเรีย จะลุกลามเข้าไปในท่อน้ำ ท่ออาหารของพืช ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน พริก ปาล์ม ยางพารา มะนาว ลำไย ฯลฯ จนบางครั้งพืชบางชนิดก็ตายโดยทันทีถึงแม้ใบพืชจะเขียวอยู่หรือชาวบ้านเรียกว่า ยืนต้นตาย การแพร่ระบาดของโรครากเน่าโคนเน่านั้นสามารถเกิดได้ทุกฤดูกาลโดยอาจติดไปกับน้ำที่ใช้ในการรด แต่จะระบาดหนักมากในฤดูฝน
สาเหตุการเกิดโรครากเน่าและโคนเน่า
1. เมล็ดพันธุ์ หรือ กิ่งพันธุ์ที่นำมาปลูกอ่อนแอ ซึ่งปกติ เชื้อไฟทอปธอร่า จะอาศัยอยู่ในดิน เวลาที่พืชหรือเมล็ดพันธุ์มีความอ่อนแอหรือไม่มีภูมิคุ้มกัน เชื้อไฟทอปธอร่า จะเข้าทำลายทันที
2. ดินมีน้ำขัง การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศน้อย การที่ดินมีน้ำขังจะทำให้การกระจายตัวของเชื้อไฟทอปธอร่า กระจายตัวได้ไวลุกลามได้เร็วมาก
3. ทรงพุ่มใบปกคลุมทึบ จนแสงแดดไม่สามารถรอดผ่านหรือผ่านไปถึงดินได้น้อยเกินไป
4. ใส่ปุ๋ยหรือสารเคมีสะสมเป็นประจำ และใช้ผิดวิธีก็สามารถทำให้เกิดอาการรากเน่าและโคนเน่าได้
ลักษณะอาการโดยทั่วไป
1.เมล็ดพันธุ์ จะไม่งอกหรืองอกแล้วก็ตาย

2.รากพืช จะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาล ช้ำ และเน่า

3.ใบพืช จะเริ่มมีอาการเหลือง โดยจะเริ่มจากเส้นกลางใบก่อน แล้วค่อยๆลามไปจนใบค่อยๆร่วงหมดต้น

4.โคนต้น จะมีลักษณะเปลือกแตก มีเมือกเยิ้มออกมาจากส่วนเปลือกของต้นที่แตก เมื่อถากเปลือกส่วนที่แสดงอาการ เนื้อไม้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ส่วนมากพบอาการบริเวณโคนต้น ตามซอกกิ่ง หรือง่ามกิ่ง หรือกิ่งที่อยู่ต่ำๆ

การป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า
1.ควรเลือกใช้ดินหรือทำการปรับปรุงดินก่อนปลูก ด้วย พาราซอยด์
2.ตัดแต่งทรงพุ่มให้มีอากาศปลอดโปร่ง แสงอาทิตย์สามารถส่องถึงพื้นดินได้
3.ไม่ควรรดน้ำมากจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ฝนซุก
4.น้ำที่นำมารดควรมาจากแหล่งน้ำที่สะอาด ไม่เลือกน้ำจากแหล่งที่มีความเสี่ยงสูง
5.ฉีดพ่นด้วย ซิงค์เอ็กซ์ ในอัตรา 20-30ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 15-20 วัน
การกำจัดโรครากเน่าโคนเน่า
1.บริเวณที่เน่า ให้ทำการขูดผิวหน้าที่เสียและส่วนที่เละออกให้หมด
2.เขย่าขวด เท ซิงค์เอ็กซ์ ใส่แก้ว จากนั้นใช้แปรงจุ่ม ซิงค์เอ็กซ์ และทาที่บริเวณนั้นให้ทั่ว
3.ผสม ซิงค์เอ็กซ์ 80 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร และฉีดให้ทั่วทั้งต้น และฉีดพ่นที่ดินบริเวณทรงพุ่ม
4.จากนั้น 5-7 วันแผลจะแห้ง
5.ฉีดพ่นอีกครั้งเมื่อครบ 10 วันจนหายขาด จากนั้นฉีดเพื่อป้องกันแทน
Credit : https://www.fftc.org.twp , https://extension.umn.edu , https://intermountainfruit.org , https://www.manitobacooperator.ca , https://www.gardeningknowhow.com

