อะมิโน เมท800

อะมิโน เมท 800 กรดอะมิโนพืชเข้มข้น 80%
- ส่งเสริมความสมบูรณ์ขิงพืชในทุกช่วง
- ช่วยการสังเคราะห์ด้วยแสง
- ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุ และสารอาหาร
- ลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเครียด
- สนับสนุนเอนไซมื และฮอล์โมนพืช
- ส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์
- เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม
ในปัจจุบัน ภาคการเกษตรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจึงให้ความสำคัญกับการดูแลและบำรุงพืชมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ การเลือกใช้สารบำรุงที่เหมาะสมจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก พืชที่สมบูรณ์เริ่มต้นจากการได้รับสารอาหารที่เพียงพอและสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในสารบำรุงที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ “กรดอะมิโน” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูพืช เร่งการเจริญเติบโต และช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดของพืชจากสภาพอากาศ เช่น ความร้อน ความแห้งแล้ง หรือสภาวะที่พืชอ่อนแอ ทำให้พืชสามารถกลับมาเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
กรดอะมิโน (Amino acids) เป็นสารอินทรีย์ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช เนื่องจากเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโปรตีน ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การสร้างเอนไซม์ และกระบวนการทางสรีรวิทยาต่าง ๆ ของพืช ในปัจจุบันมีกรดอะมิโนจากทั้งแหล่งพืชและสัตว์มาใช้ในภาคการเกษตร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช
คุณสมบัติและประโยชน์ของกรดอะมิโน
ดูดซึมไว ใช้ได้ทันที : เป็นอะมิโนโปรตีนที่ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่ตกตะกอนไม่ทำปฏิกิริยา กับปุ๋ยตัวอื่น พืชสามารถนำสารอาหารไปใช้งานได้รวดเร็วทันใจ ร่งการเจริญเติบโตทกระยะ:ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและขยายโครงสร้างของพืชกระต้นการแตกราก แตกยอด ขยายกอ เร่งใบเขียวเข้ม เพิ่มน้ำหนักผลผลิต และเพิ่มสีสันให้กับดอกและผล
กระตุ้นฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน : เร่งให้พืชสร้างฮอร์โมนไซโตไคนิน (Cytokinin) เพื่อซ่อมแซมตัวเอง ช่วยให้พืชแข็งแรง ทนทานต่อโรค แมลง และสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วย ส่งเสริมการติดผลและผสมเกสร
ฟื้นฟูระบบรากและดิน : ช่วยปรับสภาพโครงสร้างดินให้เหมาะสม เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่ดีในดิน ทำให้รากพืชแข็งแรงและดูดซึมธาตุอาหารได้เต็มที่ควบคุมสมดลน้าและการสังเคราะหแสง:ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะหแสงพร้อมควบคุมการปิด-เปิด ปากใบ เพื่อลดการสูญเสียน้ำในสภาวะที่อากาศแห้งแล้ง
อะมิโนพืชและอะมิโนสัตว์แตกต่างกันอย่างไร
กรดอะมิโนจากพืชและกรดอะมิโนจากสัตว์ เป็นสารอินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านแหล่งที่มา คุณสมบัติ และลักษณะการใช้งานในการเกษตร
กรดอะมิโนจากพืช มักได้จากการสกัดโปรตีนของพืช เช่น ถั่วเหลือง หรือพืชตระกูลถั่ว มีจุดเด่นในด้านความปลอดภัย ดูดซึมง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการบำรุงและฟื้นฟูพืช ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์แสง เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบมีสีเขียวเข้ม รวมถึงช่วยให้พืชสามารถฟื้นตัวได้ดีเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม เช่น ความร้อนหรือความแห้งแล้ง
กรดอะมิโนจากสัตว์ ได้จากการย่อยสลายโปรตีนจากแหล่งสัตว์ เช่น ปลา เลือด หรือเศษวัสดุจากสัตว์ มีปริมาณธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจนในระดับสูง จึงเหมาะสำหรับการเร่งการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ลำต้นแข็งแรง แตกยอดได้ดี และส่งเสริมการออกดอกติดผล ทำให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้น
แม้ว่ากรดอะมิโนทั้งสองชนิดจะมีประโยชน์ต่อพืชคล้ายกัน แต่ลักษณะการใช้งานอาจแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ หากต้องการฟื้นฟูและบำรุงพืชอย่างอ่อนโยน อะมิโนพืชจะเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการเร่งการเติบโตและเพิ่มผลผลิตอะมิโนสัตว์จะให้ผลได้ชัดเจนกว่า
ดังนั้น การเลือกใช้กรดอะมิโนควรพิจารณาให้เหมาะสมกับชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และความต้องการของพืชในแต่ละช่วง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบำรุงพืชและการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
วิธีการผลิตกรดอะมิโนพืช
การผลิตกรดอะมิโนพืชในปัจจุบันนิยมใช้วิธี “การย่อยโปรตีนด้วยเอนไซม์” (Enzymatic Hydrolysis) เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยรักษาคุณภาพของกรดอะมิโนได้ดี และทำให้ได้กรดอะมิโนอิสระที่พืชสามารถดูดซึมได้ง่าย หลักการสำคัญของกระบวนการนี้ คือ การใช้เอนไซม์มาย่อย “พันธะเพปไทด์” (Peptide Bond) ซึ่งเป็นพันธะที่เชื่อมกรดอะมิโนหลายตัวเข้าด้วยกันในโครงสร้างโปรตีน เมื่อพันธะเหล่านี้ถูกตัด โปรตีนโมเลกุลใหญ่จะเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนขนาดเล็ก อธิบายได้ว่า โปรตีนทำปฏิกิริยากับน้ำ โดยมีเอนไซม์ช่วยเร่งปฏิกิริยา จนได้กรดอะมิโนอิสระ หรือเปปไทด์ขนาดเล็ก ซึ่งพืชสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ง่าย
เอนไซม์ที่ใช้ในการผลิตกรดอะมิโน
เอนไซม์ที่ใช้ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม “โปรตีเอส” (Protease Enzyme) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนโดยจะเข้าไปตัด “พันธะเพปไทด์” (Peptide bond) ทำให้โปรตีนโมเลกุลใหญ่แตกตัวกลายเป็นเปปไทด์ขนาดเล็กหรือกรดอะมิโนอิสระ
ตัวอย่างเอนไซม์โปรตีเอส
- แอลคาเลส (Alcalase) เป็นเอนไซม์โปรตีเอสจากแบคทีเรีย Bacillus licheniform
- พาเพน (Papain) เป็นเอนไซม์ที่สกัดจากยางมะละกอ
- โบมีเลน (Bromelain) เป็นเอนไซม์จากสับปะรด
- เพปซิน และ ทริปซิน (Pepsin and Trypsin) เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในงานชีวเคมีและอุตสาหกรรมอาหาร เอนไซม์แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพและสภาวะการทำงานแตกต่างกัน เช่น ค่า pH และอุณหภูมิที่เหมาะสม
อะมิโนเมท 800 (Amino mate 800)
อะมิโนเมท 800 คือ อะมิโนรวมเข้มข้นชนิดผงที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ต่อพืชมากถึง 20 ชนิด สกัดจากพืชธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี ซูเปอร์คริติคัล ฟลูอิด เอ็กซ์แทรกชัน (Supercritical Fluid Extraction) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการผลิตชั้นสูงทำให้ได้สารอาหารที่มีอนุภาคเล็กระดับไมโคร สามารถซึมผ่านเข้าสู่พืชได้ทันทีทั้งทางใบ กิง ลำต้น และระบบราก
อะมิโนเมท 500 (Amino mate 500)
อะมิโนเมท 500 คือ กรดอะมิโนรวมเข้มข้นชนิดผงสำหรับให้ทางดิน อุดมด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อพืช 20 ชนิด ช่วยฟื้นฟูดินและกระตุ้นการแตกราก เหมาะสำหรับการปรับปรุงสภาพดินและกระตุ้นการเกิดรากใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารของพืช เหมาะสำหรับใช้ในระยะฟื้นต้นและช่วงเริ่มต้นการเจริญเติบโต ใช้ได้กับพืชทุกชนิด เช่น พืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก
กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อพืชมากถึง 20 ชนิด
• Alanine — 10.16%
• Arginine — 3.25%
• Aspartic — 2.41%
• Cystine — 1.58%
• Glutamic Acid — 10.23%
• Glutamine — 7.17%
• Glycine — 12.96%
• Histidine — 0.67%
• Hydroxyproline — 0.62%
• Isoleucine — 2.53%
• Leucine — 2.98%c
• Lysine — 3.45%
• Methionine — 2.18%
• Phenylalanine — 2.12%
• Proline — 9.49%
• Serine — 2.52%
• Threonine — 1.24%
• Tryptophan — 0.44%
• Tyrosine — 1.55%
• Valine — 2.45%
ประโยชน์ของกรดอะมิโนต่อพืช กรดอะมิโนจากทั้งพืชและสัตว์มีประโยชน์ต่อพืชในหลายด้าน ดังนี้
1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหาร
2. กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และฮอร์โมนพืช
3. เสริมสร้างความแข็งแรงและความต้านทานต่อโรค
4. ลดความเครียดจากสภาพแวดล้อม เช่น ความแห้งแล้ง หรืออุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม
5. ส่งเสริมการออกดอกและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต